Top Ad unit 728 × 90

ข่าววิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียน

Science-News

ลิ้นหัวใจรั่ว

ลิ้นหัวใจของคนมีหน้าที่เปิด-ปิดควบคุมกระแสเลือดให้ไหลไปทางเดียวไม่ ย้อนกลับ  ลักษณะของลิ้นหัวใจมีลักษณะเหมือนกับบานประตู-หน้าต่าง ซึ่งจะคอยเปิด-ปิดอยู่ตามจังหวะของการบีบตัวหัวใจ  ภายในหัวใจมีลิ้นหัวใจอยู่ 2 แห่งกั้นระหว่างห้องหัวใจบนกับล่างทั้งทางด้านซ้ายและขวา นอกจากลิ้นหัวใจสองลิ้นที่กั้นระหว่างห้องหัวใจแล้ว ยังมีลิ้นหัวใจอีกสองลิ้นกั้นระหว่างหัวใจกับหลอดเลือดที่ออกจากหัวใจไปยัง ปอดและหลอดเลือดใหญ่ไปอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย รวมทั้งหมดเป็น 4 ลิ้น (ถ้าพูดได้คงพูดมากน่าดู!!)

ลิ้นหัวใจที่ผิดปกติจะไม่สามารถควบคุมกระแสเลือดให้ไหลไปทางเดียว ไปข้างหน้าได้อย่างสะดวก เช่น ลิ้นหัวใจเปิดได้ไม่เต็มที่ซึ่งก็จะทำให้เกิดลิ้นหัวใจตีบ (เกิดเลือดไหลเดินไปข้างหน้าได้ไม่สะดวก) หรือถ้าลิ้นหัวใจปิดไม่สนิททำให้มีเลือดรั่วไหลย้อนกลับก็จะทำให้เกิดลิ้น หัวใจรั่ว


โรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติของลิ้นหัวใจในประเทศไทยนี้มีหลายโรค โรคที่ได้บ่อย คือ โรคลิ้นหัวใจรูมาติค ซึ่งมักจะพบในกลุ่มผู้ป่วยที่ยังอายุค่อนข้างน้อยเกิดจากการที่เป็นโรคหัวใจ รูมาติคเฉียบพลันในขณะวัยเด็ก  ภาวะอื่นๆ ที่อาจทำให้ลิ้นหัวใจผิดปกติได้อีก เช่น ภาวะติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ ภาวะลิ้นหัวใจเสื่อมจากการที่มีหินปูนเกาะซึ่งจะพบได้ในผู้สูงอายุ

การรักษาโรคลิ้นหัวใจตีบ ในบางครั้งเราอาจใช้วิธีขยายลิ้นหัวใจด้วยลูกโป่งหรือการผ่าตัดขยายลิ้น หัวใจ  แต่ในกรณีที่ลิ้นหัวใจตีบและมีหินปูนเกาะอยู่มาก อาจต้องใช้การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจใช้ลิ้นหัวใจเทียมเข้าไปแทนที่ลิ้น หัวใจที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

ภาวะลิ้นหัวใจรั่วในระยะแรกๆ ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการจะแสดงออกเมื่อลิ้นหัวใจรั่วค่อนข้างมากและมีอาการ เสื่อมและอ่อนแรงลงของกล้ามเนื้อหัวใจร่วมด้วยแล้วเท่านั้น  การแก้ไขผู้ป่วยที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่วนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด เปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม หรือในระยะหลังมีการผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจที่รั่วนั้นได้โดยไม่ต้องใช้ลิ้น หัวใจเทียมเข้าไปแทนที่ลิ้นหัวใจเก่าก็เป็นไปได้

ลิ้นหัวใจที่ผิดปกติต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขบ่อยๆ มักจะเป็นลิ้นหัวใจที่อยู่ทางด้านซ้าย คือ ลิ้นหัวใจไมทรัล (Mitral Valve)  ซึ่งเป็นลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้องบนและล่างทางซ้ายมือ และอีกลิ้นหนึ่ง คือ ลิ้นหัวใจเอออติค (Aortic Valve) ซึ่งเป็นลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายและหลอดเลือดใหญ่ที่ออก จากหัวใจ เนื่องจากว่าลิ้นหัวใจทั้งสองลิ้นนี้ เป็นลิ้นหัวใจที่กั้นอยู่ระหว่างห้องหัวใจซึ่งทำงานหนักมีเลือดไหลเวียนผ่าน เป็นปริมาณมากและมีความดันค่อนข้างสูงโอกาสที่ลิ้นหัวใจทั้งสองจะเสื่อมเป็น โรคจึงมีมากกว่าลิ้นหัวใจอีกสองลิ้นที่อยู่ทางด้านขวา

ในระยะหลังหมอผ่าตัดหัวใจพยายามที่จะผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจมากกว่าที่จะ ใช้ลิ้นหัวใจเทียม เนื่องจากว่าลิ้นหัวใจเทียมที่ใส่ไปแทนที่ลิ้นหัวใจเก่านั้น ถึงแม้ว่าจะทำให้หัวใจทำงานได้ดีและสะดวกขึ้นแต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง  (ก็เหมือนกับของปลอมทั่วๆ ไปจะให้ดีสู้ของแท้ได้อย่างไร) แต่เราจำยอมต้องใส่ลิ้นหัวใจเทียมเข้าไปช่วยมิฉะนั้นหัวใจจะต้องทำงานหนักจน เกิดหัวใจวายหรือหัวใจล้มเหลวได้
ลิ้นหัวใจเทียมที่เป็นลิ้นหัวใจที่ทำจากสารที่ไม่ใช่สารจากธรรมชาติ (แม้ในบางครั้งแพทย์จะใช้ลิ้นหัวใจซึ่งทำจากลิ้นหัวใจหมู (ลิ้นหัวใจหมูจริงๆ!!)  หรือใช้ลิ้นหัวใจจากคนที่เสียชีวิตแล้ว (เจ้าของลิ้นหัวใจก็ตายแล้วจริงๆ เช่นกัน) แทนที่ลิ้นหัวใจเทียมซึ่งทำจากวัสดุโลหะหรือคาร์บอน  แต่ลิ้นหัวใจที่ทำจากสัตว์และคนนั้นไม่สามารถใช้ได้ในทุกกรณีไป ส่วนใหญ่หมอหัวใจที่ผ่าตัดจึงจำเป็นต้องใช้ลิ้นหัวใจที่เป็นสารพวกโลหะหรือ คาร์บอนอยู่

ลิ้นหัวใจเทียมที่เป็นวัสดุแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย จึงมีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อและมีลิ่มเลือดไปจับเกาะติดได้ง่าย การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจเทียมเป็นเรื่องใหญ่เพราะการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ธรรมดาไม่ได้ผลดี จำเป็นจะต้องได้รับการผ่าตัดลิ้นหัวใจใหม่ ใครที่เคยโดนผ่าตัดหัวใจมาครั้งหนึ่งแล้วคงทราบดีว่าการผ่าตัดครั้งที่สอง ไม่ค่อยสนุกเท่าไรนัก!!

การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจนี้  ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีการติดเชื้อมาจากช่องปาก เนื่องจากว่าบริเวณช่องปากของคนเรานี้เป็นแหล่งที่มีเชื้อแบคทีเรียอยู่มาก และบ่อยครั้งที่เกิดมีแผลเล็ก ภายในช่องปากหรือโดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเหงือกจะมีจำนวนปริมาณแบคทีเรียในช่อง ปากมากกว่าคนทั่วๆ ไป เมื่อมีแผลหรือการติดเชื้อในปาก เชื้อโรคที่อยู่ในช่องปากจะหลุดเข้าไปล่องลอยอยู่ในกระแสโลหิต  ซึ่งธรรมดาในร่างกายคนเราที่แข็งแรง ไม่มีลิ้นหัวใจเทียม จะไม่มีที่ให้เชื้อเหล่านี้เกาะอยู่เพื่อขยายพันธุ์เติบโต และเชื้อเหล่านั้นก็จะถูกกำจัดไปโดยขบวนการคุ้มกันของร่างกาย

แต่ในคนที่มีลิ้นหัวใจเทียมหรือลิ้นหัวใจที่เป็นโรค เชื้อโรคที่หลุดเข้าไปเพียงตัวสองตัวก็มักจะตรงไปที่หัวใจและเกาะอยู่ที่ บริเวณนั้น ทำการแพร่พันธุ์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว (เพราะมีเลือดเป็นอาหารที่แสนอร่อย) โดยที่ภูมิคุ้มกันจากร่างกายจะเข้าไปกำจัดเชื้อดังกล่าวได้ลำบาก  ดังนั้นผู้ที่มีลิ้นหัวใจเทียมหรือมีลิ้นหัวใจผิดปกตินี้หมอหัวใจจะต้องดูแล เรื่องสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยด้วย และผู้ป่วยควรจะพบหมอฟันเป็นประจำทุกหกเดือน รวมทั้งเรียนรู้การแปลงฟันที่ถูกวิธีเพื่อลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ใน ช่องปากให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ลดโอกาสติดเชื้อที่อาจจะเกิดที่ลิ้นหัวใจดังกล่าว

ปัญหาของลิ้นหัวใจเทียมอีกเรื่องหนึ่ง คือ การที่อาจจะมีลิ่มเลือดมาเกาะติด ซึ่งก็เป็นปัญหาใหญ่เช่นเดียวกัน ถ้าลิ่มเลือดมาเกาะที่ลิ้นหัวใจเทียมนั้นแล้ว ปัญหาจะมีขึ้นได้ 2 แบบ คือ  ลักษณะแรกคือ  ลิ่มเลือดที่เกาะอยู่จะไปติดตามข้อบานพับของลิ้นหัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจเปิดปิดไม่สะดวก มีลักษณะเหมือนลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วใหม่ได้  หรือในบางครั้งลิ่มเลือดที่เกาะอยู่อาจจะหลุดออกจากหัวใจล่องลอยไปตามหลอด เลือด ไปอุดที่สมองหรืออวัยวะต่างๆ เกิดอัมพาต / อัมพฤกษ์

ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนใส่ลิ้นหัวใจเทียมนั้น แพทย์จึงต้องให้รับประทานยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดอยู่ตลอดเวลาตลอดชีวิต ซึ่งยานี้ถ้าบอกให้ทราบกันแล้วจะตกใจเนื่องจากว่าเป็นยาที่เคยใช้กันในสมัย โบราณใช้เป็นยาเบื่อหนู แต่ในระยะต่อมา  ทราบว่ามีฤทธิ์ทำให้เลือดไม่แข็งตัวด้วย ทางการแพทย์จึงนำเอายาชนิดนี้มาใช้ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด

ที่มา : http://drnithi.com/2014/11/03/19-ลิ้นหัวใจเทียม/


การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจทางสายสวนหรือที่เรียกว่า TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation)
ลิ้นหัวใจรั่ว Reviewed by Sanwithz on วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2558 Rating: 5
All Rights Reserved by BIOLOGY BY KRU-P'BANK © 2014 - 2016

Created by : SANWITHZ

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.